ยังไม่ได้ซื้อคอมใหม่หรอกนะครับ ตอนนี้อยู่ร้านNet ว่างๆเลยหาอะไรมาอัพ แก้เหงา

 

คนไทย เป็นชนชาติที่มีวิถีชีวิตสัมพันธ์กับธรรมชาติมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องเล่น อาหารการกินของใช้ในชีวิตประจำวันและอื่นๆ ส่วนมากได้วัสดุมาจากธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ก็มีความข้องเกี่ยวกับพืชพรรณและธรรมชาติ แม้แต่ลวดลายไทย จิตรกรไทยแต่โบราณก็ยังผูกลายขึ้นมาจากลายใบไม้ใบหญ้าให้งดงามวิจิตรบรรจงขึ้น ในเกร็ดแห่งประเพณีไทยทั้งการมงคลและการอวมงคลก็มักจะมีต้นไม้ใบไม้เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งข้อกำหนดว่าควรใช้หรือไม่ควรใช้ใบไม้อะไรก็มีเรื่องราวมีตำนานที่น่าสนใจไม่น้อย

     ประเพณีไทยที่อยู่ใกล้ตัวมีใบไม้หลากชนิดเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีกรรม เคยสงสัยหรือไม่ว่า เอ๊ะ! ทำไมต้องใช้ใบนั้น ใบนี้ แล้วใช้ใบไม้อย่างอื่นแทนไม่ได้หรือ สิ่งเหล่านี้มาที่มาที่ไป มีตำนานเล่าสืบทอดกันมา บางความเชื่อถูกลืมเลือนไปหลงเหลือไว้ก็แต่เพียงข้อห้ามและข้อบังคับ บุษบาฯจึงจะขอเล่าขานตำนานแห่งใบไม้ให้ได้อ่านได้ชมกัน

     การเลือกใช้ใบไม้ในบางประเภทมีเหตุผลที่เข้าใจได้ไม่ยาก เช่นการใช้ใบมะยมประพรมน้ำมนต์ พอจะเข้าใจได้ว่าเป็นด้วยมงคลนามหมายถึงความนิยม แต่การเลือกใช้ใบไม้บางชนิดก็เป็นที่น่าสงสัย ยกตัวอย่างเช่นทำไมจึงใช้หญ้าคาในการประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ทั้งๆที่หญ้าคาก็เป็นเพียงวัชพืชที่ขึ้นอยู่ทั่วไปเท่านั้น ความเชื่อนี้มีตำนานยืดยาว(ยาวจนขี้เกียจจะเขียน แต่เพื่อคนอ่านเราจึงจัดให้!!) กล่าวถึงตั้งแต่ครุฑกับนาคเป็นพี่น้องร่วมบิดาแต่ต่างมารดากัน บิดาคือพระกัศยป แต่มารดาครุฑกับนาคนั้นก็เป็นพี่น้องกัน มารดาครุฑ คือ นางวินตาเป็นพี่สาว มารดานาค คือ นางกัทรุเป็นน้องสาว สองนางทายปัญหากันโดยมีข้อแม้ว่าถ้าผู้ใดตอบผิดต้องตกเป็นทาสของอีกฝ่ายหนึ่ง คำถามมีอยู่ว่าม้าของพระอาทิตย์มีสีอะไร นางวินตาทายว่ามีสีขาวซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง นางกัทรุทายว่าเป็นสีดำ แล้วนางกัทรุก็ใช้ให้นาคลูกของนางไปพ่นพิษใส่ม้าพระอาทิตย์จนมีสีดำ นางวินตาจึงต้องตกเป็นทาสของน้องสาวตนเอง กว่าพิษที่พ่นจะจืดจางลงทำให้สีกลับเป็นอย่างเดิมก็นานแสนนานนัก ครุฑเห็นแม่ตกเป็นทาสของผู้อื่นก็สงสาร จึงขอร้องแก่นางกัทรุและนาคว่ายินดีทำทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้เพื่อช่วยปลดปล่อยมารดาจากการเป็นทาส นาคขอให้ครุฑไปขโมยน้ำอมฤตมาให้ตนดื่มกินเพื่อจะได้เป็นอมตะ ครุฑรับคำแล้วก็บินไปหาน้ำอมฤต

     ส่วนเหตุที่นางวินตาจะต้องตกเป็นทาสนางกัทรุนั้น มีเรื่องเล่าว่า เมื่อทั้ง 2 นางมีลูก นางกัทรุมีลูกเป็นไข่หนึ่งพันฟอง ส่วนนางวินตามีลูกเป็นไข่เพียง 2 ฟอง พระกัปยศให้ขอพร นางกัทรุขอพรให้มีลูกผู้เรืองฤทธิ์พันตน ส่วนนางวินตาผู้ขอพรทีหลังขอให้มีลูกชาย 2 ตน และให้เรืองฤทธิ์กว่าลูกนางกัทรุ ไข่ของนางกัทรุฟักออกมากเป็นนาคตั้งพันตัวก่อน ฝ่ายนางวินตาร้อนใจใคร่เห็นหน้าลูกเร็วๆ จึงตอกไข่ดูใบหนึ่ง ปรากฏว่าลูกของนาง คือ อรุณเทพบุตรที่ขณะนั้นเพิ่งเป็นกายได้ครึ่งเดียว อรุณเทพบุตรโกรธแค้นมารดามากที่ทำให้ตนพิกลพิการ จึงสาปแช่งให้นางวินตาตกเป็นทาสของน้องสาว 500 ปี

      ย้อนกลับมาเล่าเรื่องพญาครุฑต่อ พญาครุฑไปขโมยน้ำอมฤตมาได้แล้ว เกิดรบกับพระอินทร์ สามารถเอาชนะและทำให้วัชระอาวุธของพระอินทร์หักลง พระนารายณ์จึงได้ลงมาช่วยรบกับครุฑ แต่ไม่สามารถเอาชนะกันได้ พญาครุฑกับพระนารายณ์จึงตกลงเป็นมิตรกัน โดยพญาครุฑยินดีเป็นพาหนะให้พระนารายณ์ และพระนายณ์ก็ให้พรครุฑว่าขอให้อยู่สูงกว่าพระองค์ และเป็นผู้มีอมตะแม้จะไม่ได้กินน้ำอมฤต ด้วยเหตุนี้พญาครุฑจึงอยู่ที่ธงของพระนารายณ์เพื่อที่จะได้อยู่สูงกว่าพระองค์

      ฝ่ายพระอินทร์นั้นเมื่อขว้างวัชระถูกพญาครุฑมิได้ระคายเคือง แต่ครุฑเคารพในศักดิ์ของพระอินทร์ จึงยอมให้ขนหลุดร่วงมาอันหนึ่ง ขนของครุฑนั้นมีความงามอย่างยิ่งจึงได้รับสมญาว่า สุบรรณ แปลว่าขนอันงดงาม พระอินทร์และครุฑได้ตกลงเป็นมิตรกันในครั้งนั้น แล้วพระอินทร์ก็กล่าวแก่ครุฑว่าหากพวกนาคได้น้ำอมฤตไปก็จะกำเริบฤทธิ์ทำให้ 3 โลกต้องเดือดร้อน ขอให้ครุฑล้มเลิกเสีย พญาครุฑว่าตนจำเป็นต้องรักษาสัจจะ แต่แนะอุบายแก่พระอินทร์ว่าให้พระองค์รีบหยิบน้ำอมฤตกลับคืนมาเสียก่อนที่พวกนาคจะทันได้กิน พระอินทร์ได้ฟังก็ยินดีนัก ตรัสให้ครุฑขอพรได้ข้อหนึ่ง ครุฑซึ่งเจ็บแค้นมานานที่ตนและมารดาต้องเป็นทาสของพวกนาคและนางกัทรุ จึงขอพรให้นาคเป็นอาหารของครุฑ

     เล่าเรื่องครุฑกับนาคมาซะยืดยาว (ก็บอกแล้วมันยาวจริงๆ) ผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไมยังไม่ถึงเรื่องหญ้าคาซักที เรื่องหญ้าคานั้นจะปรากฏในตอนนี้แล้ว คือ เมื่อครุฑนำน้ำอมฤตมาให้นาคแล้วได้วางไว้บนพื้นซึ่งลาดด้วยหญ้าคาอันเป็นสิ่งวิเศษ เพราะเกิดจากเส้นผมของเหล่าเทวดาที่หลุดร่วงขณะกวนน้ำอมฤตคราวกวนเกษียรสมุทรลอยไปติดชายฝั่งแล้วงอกขึ้นเป็นหญ้าคา เมื่อวางน้ำอมฤตลงแล้วครฑก็กล่าวแก่นาคว่าขอให้ปลดปล่อยนางวินตาจากการเป็นทาสก่อน และให้เหล่านาคไปอาบน้ำชำระกายให้สะอาดเพื่อมาดื่มน้ำอมฤตอันวิเศษ นาคก็ออกปากให้นางวินตาพ้นจากการเป็นทาส แล้วพากันไปอาบน้ำ

      ฝ่ายพระอินทร์ซึ่งเฝ้าคอยทีอยู่ก็ฉวยคว้าเอาหม้อน้ำอมฤตกลับไปแต่ได้ทำน้ำอมฤตหกกระเซ็นลงเล็กน้อยยังหญ้าคานั้น เมื่อพวกนาคกลับมาไม่เห็นหม้อน้ำอมฤตก็พากันไปเลียเศษน้ำที่หกอยู่ด้วยความเสียดาย(งก!) จึงถูกหญ้าคาบาดลิ้นเป็นสองแฉกมาจนทุกวันนี้(ก็คืองูทั้งหลายนั่นแหละ) ส่วนหญ้าคานั้นเพราะได้รับประพรมน้ำอมฤตมาแล้วจึงทำให้เป็นพืชที่มีความคงทนกำจัดได้ยากและถือกันว่าเป็นของวิเศษเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

     เมื่อกล่าวถึงหญ้าคาแล้ว บางคนอาจนึกถึงหญ้าอีกชนิดหนึ่งซึ่งเด็กนักเรียนรู้จักคุ้นเคยกันดี คือหญ้าแพรกที่ที่ใช้ในพิธีไหว้ครู ซึ่งจะใช้ร่วมกับดอกมะเขือและดอกเข็ม ดอกเข็มนั้นมีความหมายตามนัยแห่งชื่อ เข็ม คือความแหลม หมายเอาปัญญาเฉียบแหลม ดอกมะเขือ นั้นหมายถึงการเกิดขึ้นเป็นต้นได้โดยง่ายของต้นมะเขือที่ไม่ว่าในดินใดๆ ก็สามารถงอกงามได้ หมายเอาว่ามีปัญญาเกิดขึ้นได้โดยง่าย ส่วนหญ้าแพรกนั้น หมายเอาการเจริญงอกงามอย่างรวดเร็วของมัน ว่าขอให้ปัญญาจงงอกงามเร็วเช่นนั้น เป็นความหมายหนึ่ง ส่วนอีกความหมายหนึ่งนั้นตามตำนานเล่าว่า กำเนิดของหญ้าแพรกนั้นมีกำเนิดมาจากหนวดของพญาอนันตนาคราช ซึ่งเป็นบัลลังก์ที่บรรทมของพระนารายณ์ยังเกษียรสมุทรได้หลุดร่วงออกและถูกกระแสคลื่นซัดเข้าสู่ฝั่งเกิดเป็นหญ้าแพรกขึ้นมา จึงนับถือกันว่าหญ้าแพรกเป็นหญ้าอันศักดิ์สิทธิ์เพราะมีกำเนิดสูงส่งดังที่เล่ามา

ที่มา :  หนังสือ "หมื่น ร้อย พัน ผสาน" เล่ม2

ปล.ไม่อธิบายอะไรมากนะครับ เปลืองค่าชั่วโมงเหอะๆๆๆ

ปล2.มีอะไรสงสัยถามได้นะครับ แล้วจะรีบตอบให้

ปล3.ถ้าถูกใจก็Commentงามๆ ถ้าชอบใจมากๆก็ให้Hot! เลยนะครับ

                                                ขอบคุณมากนะครับ

                                                    บุษบาไร้พ่าย

edit @ 11 May 2008 19:27:43 by ~*๐บุษบาไร้พ่าย๐*~ 花

edit @ 11 May 2008 23:42:09 by ~*๐บุษบาไร้พ่าย๐*~ 花